"เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์''กับบท'เจค็อบ'' คู่แข่งหัวใจของ ''แวมไพร์เอ๊ดเวิร์ด''
คริส ไวตซ์ ผู้กำกับฯ คนใหม่ได้พูดถึงตัวนักแสดงคนนี้ว่า ''ผมรู้สึกดีใจที่ เทย์เลอร์ จะกลับมาเล่น
เขาเองก็รู้ดีว่าตัวละครในหนังสือชุดนี้จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก
ทั้งสถานะ และรูปลักษณ์ของตัวเอง ดังนั้นเขาจึงฟิตอย่างหนักเพื่อที่จะได้ทำให้ทุกคนเห็นว่าเขาสามารถทำได้
ผมรู้ได้จากสัญชาตญาณเลยว่า เทย์เลอร์เหมาะที่สุดกับบทนี้...''
รู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้กลับมาถ่ายทำภาค 2?เลาท์เนอร์ : ''เยี่ยมครับ ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้กลับมาทำงานร่วมกับทีมงานหน้าเดิมๆ อีกครั้ง
รวมถึงหน้าใหม่อย่างผู้กำกับฯ คริส ไวตซ์ เรามีความเป็นกันเองมากกว่าเดิม
และทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นไปอย่างราบรื่นในตอนนี้ ผมคงไม่ขออะไรไปมากกว่านี้แล้ว''
คุณเองก็มีบทบาทที่มากขึ้นในภาคนี้ใช่ไหม?เลาท์เนอร์ :''แน่นอน บทของผมมีความสำคัญมากขึ้นครับ ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เผยตัวตนของ
เจค็อบ แบล็ค ที่แฟนหนังสือทุกคนหลงรักในที่สุด''
ดูจากภาพนิ่งแล้ว คุณมีผมยาวเหมือนพวกร็อกสตาร์เลยนะ?เลาท์เนอร์ : ''บางทีผมมองตัวเองในกระจกแล้วจำไม่ได้เลย (หัวเราะ)
ความจริงแล้วนี่คือวิก มันติดอยู่กับหัวของผมตรงหน้าผาก
ซึ่งมันก็ทำให้ผมรู้สึกคันในบางครั้ง ซึ่งถ้าคุณลองสังเกตดูดีๆ
ก็จะเห็นรอยเกาของผม (หัวเราะ) มันทำให้ผมดูแตกต่างออกไปเลย แต่มันก็สนุกดีนะ''
แต่สิ่งที่แตกต่างไปจากเดิมที่สุดก็คือร่างกายคุณ คุณเพิ่มกล้ามเนื้อมากกว่า 30 ปอนด์ เพื่อที่จะได้การันตีในการรับบทนี้?เลาท์เนอร์ : ''ใช่ครับ ในช่วงที่ผมถ่ายทำ Twilight ผมรู้ว่าตัวละครของผมจะมีบทบาทไปตลอดทั้งซีรีส์
ซึ่งก็ทำให้ผมรู้ตัวดีว่ามีงานหนักรออยู่ข้างหน้าอย่างแน่นอน ซึ่งหลังจากที่ผมถ่ายทำ Twilight เสร็จ
ผมก็กลับไปที่บ้าน และเริ่มเข้าฟิตเนสทันที ผมฟิตร่างกายตัวเองอย่างหนัก
จนก่อนที่เราจะถ่ายทำ New Moon ผมก็พบว่าตัวเองทำน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาถึง 30 ปอนด์''
แล้วคุณได้แสดงฉากต่อสู้ด้วยตัวเองหรือเปล่า?เลาท์เนอร์ : ''ผมบอกไม่ได้ครับ (หัวเราะ) แต่ก่อนเริ่มการถ่ายทำคุณก็ต้องถูกทดสอบก่อน
พวกเขาพาผมเข้าไปในโรงยิมฯ และคอยดูว่าผมทำอะไรได้บ้าง
พวกเขาให้ผมลองขี่มอเตอร์ไซค์วิบากแล้วดูว่าผมทำมันได้ดีแค่ไหน
ผมคิดว่านั่นเป็นเพราะพวกเขากำลังวัดว่า ตัวผมเองนั้นจะสามารถทำมันได้มากแค่ไหน
แต่จากที่วัดไปแล้วผมทำได้ดีทุกอย่างนะ ดังนั้นผมจึงหวังว่าตัวเองอาจไม่ต้องพึ่งอะไรมากมาย
เพราะผมคิดว่าการแสดงฉากแอ็กชั่นด้วยตัวเองเป็นเรื่องที่สนุกจริงๆ''
การทำงานร่วมกับ คริส ไวตซ์ เป็นอย่างไรบ้าง?เลาท์เนอร์ : ''คริส เยี่ยมมากครับ เขาเป็นคนที่มีความสามารถมาก
ทำทุกอย่างได้ตามที่เราทุกคนคาดหวังเอาไว้ และผมรู้ว่ามันจะราบรื่นไปจนจบการถ่ายทำ
เขาทำให้บรรยากาศในกองถ่ายดูสบายๆ เป็นกันเอง พวกเรามีความสุขมาก
ผมคิดว่า คริส สามารถควบคุมสถานการณ์ และความคาดหวังของคนได้อย่างเต็มความสามารถ''
แล้วอะไรเป็นสิ่งที่ท้าทายที่สุดในการถ่ายทำครั้งนี้?เลาท์เนอร์ : ''ความจริงสิ่งท้าทายที่พวกเรามีก็ไม่ต่างจากภาคที่แล้ว
นั่นก็คือเรื่องของสภาพอากาศ มันเป็นเรื่องน่าตลกนะ
เพราะผมคิดว่าแฟรนไชส์ Twilight เป็นหนังเพียงเรื่องเดียว ที่เราต้องรอให้ไม่มีแสงจากดวงอาทิตย์ก่อนถึงจะเริ่มถ่ายทำ
ดังนั้นเมื่อใดที่แดดเปรี้ยงพวกเราก็ต้องเข้าไปในถ่ายทำในอาคาร หรือไม่หยุดพักถ่ายทำไปเลย''
แล้วในภาคนี้ที่เจค็อบเริ่มหลงรักเบลล่า... เลาท์เนอร์ :''รักของเจค็อบที่มีต่อเบลล่าค่อนข้างจริงจังครับ เขาเป็นคนที่คอยอยู่เคียงข้างเธอเสมอ
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ถึงแม้ว่าเธอจะทุ่มใจให้กับคนอื่น...อย่างเช่น แวมไพร์ (หัวเราะ)''
แล้วคุณมีการเตรียมตัวยังไงบ้างในครั้งนี้? เลาท์เนอร์ :''ผมย้อนกลับไปดูการแสดงของตัวเองในภาคแรกอยู่หลายครั้ง และตั้งแต่ก่อนที่ผมจะถ่ายทำ Twilight
ผมได้ศึกษาเกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมืองควิลยูต ทั้งตำนาน และเรื่องเล่าที่เกี่ยวกับพวกเขา
ผมยังได้มีโอกาสพบกับเผ่านี้จริงๆในเมืองปอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน
ผมได้พูดคุยกับพวกเขา แล้วก็พบว่าตัวเองก็ไม่ได้แตกต่างจากพวกเขาเท่าไรนัก
และนั่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองเหมาะสมกับบทนี้ที่สุด''
แล้วคุณได้มีการปรึกษาตัวตนของเจค็อบกับทาง สเตฟานี่ เมเยอร์ (ผู้เขียนหนังสือชุด Twilight) หรือเปล่า?เลาท์เนอร์ :''แน่นอนครับ เพราะเธอจะเข้ามาเยี่ยมกองถ่าย ในเวลาที่เรากำลังถ่ายทำฉากที่เธอโปรดปรานในหนังสือ
โดยก่อนที่จะเริ่มถ่ายทำนั้น เธอก็ได้ให้ลิสต์รายชื่อถึงฉากที่เธอชอบและอยากเห็นมันบนจอ
ซึ่งนั่นทำให้คุณรู้สึกว่า ตัวเองได้รับคำแนะนำจากคนที่เหมาะสมที่สุดแล้ว
และถ้าคุณมีคำถามใดๆ ก็ตาม คุณก็แค่เดินเข้าไปหา และถามเธอในกองถ่ายได้เลย''
แล้วฉากไหนที่คุณรู้สึกตื่นเต้นที่สุดใน The Twilight Saga: New Moon?เลาท์เนอร์ : ''ค่อนข้างเลือกยากนะ ก็อย่างที่ผมบอกว่าตัวเองรู้สึกสนุกกับฉากสตั๊นต์
และผมก็รู้สึกตื่นเต้นกับการขี่มอเตอร์ไซค์วิบาก มันเจ๋งมาก ฉากที่สำคัญฉากหนึ่งของเรื่อง
เช่น ฉากที่เบลล่าเห็นเจค็อบกลายร่างเป็นหมาป่าครั้งแรก และเธอก็รู้สึกแย่กับสิ่งที่เห็น
นี่เป็นฉากที่มีอารมณ์ร่วมมาก ตอนผมอ่านหนังสือผมก็รู้สึกสงสารเจค็อบ
แต่เมื่อตอนนี้ผมต้องใช้ชีวิตเป็นตัวละครตัวนี้แล้ว มันก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกสงสารเขาเข้าไปใหญ่''
เจค็อบเป็นพวกนอกคอกเหมือนเอ๊ดเวิร์ดรึเปล่า?เลาท์เนอร์ : ''ผมว่าคล้ายกันครับ เจค็อบเป็นตัวละครที่น่าสนใจ เขาเป็นเหมือนพวกนอกคอก
เพราะว่าไม่ได้ไปโรงเรียนเหมือนกับคนอื่นๆ เขาเป็นคนที่อาศัยอยู่ในเขตพิเศษ
แต่เบลล่าก็เป็นคนที่ดึงเขาออกมาจากตรงนั้น ในขณะเดียวกัน
เจค็อบก็เป็นคนที่ดึงเบลล่าออกมาจากความหดหู่ ที่เธอได้รับจากการที่เอ๊ดเวิร์ดเดินทางจากไป
เจค็อบ เป็นเสมือนดวงอาทิตย์ของเบลล่า และได้ฉุดเธอขึ้นมาจากหลุมดำอันมืดมิด''
ในภาคนี้ทั้งคุณ, ร็อบ และคริสเท่นสนิทกันมากขึ้นหรือเปล่า?เลาท์เนอร์ : ''ใช่ครับ มันสนุกมาก พวกเขาเข้ากันได้เป็นอย่างดี
และผมคิดว่าการที่เรามีเคมีที่ต้องกันนอกจอ
มันก็จะถูกส่งต่อเข้าไปในจอได้แบบไม่ต้องพยายามเลย''
แล้วคุณได้ทำอะไรพิเศษไหม ช่วงที่ไม่ได้ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้?เลาท์เนอร์ : ''อืม คือชีวิตผมข้องเกี่ยวกับ Twilight ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
พวกเราต้องออกเดินสายโปรโมตหนัง เดินทางไปรอบโลก
ผมได้ไปทั้งออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น และประเทศที่ผมไม่คิดว่าตัวเองจะมีโอกาสได้ไปในชีวิตนี้
มันเป็นอะไรที่บ้ามาก แต่ผมก็ยังรู้สึกสนุกอยู่นะ''
ที่มา : สยามดารา