ผลสำรวจเซ็กซ์ 10 ประเทศเอเชีย พบชายอินโดนีเซียขยันทำการบ้านสูงสุด 9.8 ครั้งต่อเดือน หญิงอินเดียนำโด่ง 8.7 ครั้งต่อเดือน ขณะที่ไทยอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ด้านหมอพันธ์ศักดิ์พบหนุ่มไทยรุ่นใหม่มีปัญหาโรคอีดีมากขึ้น แค่อายุ 32 ปีต้องหาหมอรักษาแล้ว เหตุจากพฤติกรรมการกิน ทั้งกาแฟ ขนมปัง และเค้ก ซ้ำขาดการดูแลสุขภาพ ไม่ออกกำลังกาย
ที่โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ รศ.นพ.จอร์จ ลี ศัลยแพทย์ด้านระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลเกลนอีเกิลส์ และมหาวิทยาลัยโมนาซ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “ความสุขสมแห่งสัมผัสรัก ในอุดมคติของชาวเอเชีย” สนับสนุนโดยบริษัท ไฟเซอร์ โดยเป็นการสำรวจใน 10 ประเทศภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ จีน ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน และไทย ระหว่างเดือนตุลาคม 2553 ถึงเดือนมกราคม 2554 จากกลุ่มตัวอย่างทั้งชายและหญิงที่มีกิจกรรมทางเพศในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา อายุระหว่าง 31-74 ปี จำนวน 3,282 คน แบ่งเป็นผู้ชาย 1,658 คน ผู้หญิง 1,624 คน
รศ.นพ.จอร์จ ลี กล่าวว่า ในการสำรวจครั้งนี้ได้สอบถามถึงความถี่ของการมีเพศสัมพันธ์เฉลี่ยต่อเดือน ในกลุ่มผู้ชายพบว่า ผู้ชายอินโดนีเซียมีความถี่ในการมีเพศสัมพันธ์มากที่สุดในเอเชีย อยู่ที่ 9.8 ครั้ง รองลงมาคือ ฟิลิปปินส์ 9.4 ครั้ง อินเดีย 8.8 ครั้ง ส่วนชายไทยนั้นอยู่ในระดับกลางค่อนข้างสูง คือ 7.7 ครั้ง ตามด้วยไต้หวัน 6.9 ครั้ง มาเลเซีย 6.6 ครั้ง ฮ่องกงและสิงคโปร์ 5.2 ครั้ง รั้งท้ายด้วยเกาหลีใต้ 4.4 ครั้ง ขณะที่ในกลุ่มผู้หญิงเอเชียพบว่า ผู้หญิงอินเดียมีความถี่ในการมีเพศสัมพันธ์ต่อเดือนมากที่สุด อยู่ที่ 8.7 ครั้ง ตามด้วยอินโดนีเซียและมาเลเซีย 6.8 ครั้ง ไต้หวัน 6.3 ครั้ง จีน 6 ครั้ง ส่วนหญิงไทยอยู่ที่ 5.7 ครั้ง ฟิลิปปินส์ 5.6 ครั้ง สิงคโปร์ 5.5 ครั้ง ฮ่องกง 4.8 ครั้ง และเกาหลีใต้ 4.3 ครั้ง
“จากผลสำรวจนี้สังเกตว่าประเทศที่มีกลุ่มประชากรมาจากจีนจะมีเซ็กซ์น้อยกว่า ต่างจากในฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียที่มีความถี่ในการมีเซ็กซ์ค่อนข้างมาก ส่วนหนึ่งอาจมาจากวิถีชีวิตและความเป็นอยู่” รศ.นพ.จอร์จ ลี กล่าว
เมื่อสำรวจในประเด็นความถี่ที่ปรารถนาการมีเพศสัมพันธ์ใน 1 เดือน พบว่า ในกลุ่มผู้ชาย ผู้ชายฟิลิปปินส์มีความต้องการมากที่สุดในเอเชีย อยู่ที่ 14.6 ครั้ง อินโดนีเซีย 13 ครั้ง อินเดีย 12.5 ครั้ง ส่วนชายไทยอยู่ที่ 11.9 ครั้ง ขณะที่กลุ่มผู้หญิง ผู้หญิงอินเดียมีความต้องการมากที่สุด อยู่ที่ 11.2 ครั้ง ส่วนผู้หญิงไทยมีความต้องการสูงเป็นอันดับ 2 อยู่ที่ 9.2 ครั้ง อินโดนีเซีย 8.9 ครั้ง และฟิลิปปินส์ 7.7 ครั้ง และเมื่อนำผลสำรวจความถี่ในการมีเพศสัมพันธ์จริงไปเปรียบเทียบกับความถี่ที่ปรารถนามีเพศสัมพันธ์ต่อเดือน พบว่าในกลุ่มผู้หญิง หญิงไทยมีส่วนต่างความต้องการมากที่สุด โดยมีความถี่ที่ปรารถนาการมีเพศสัมพันธ์ต่อเดือนอยู่ที่ 9.2 ครั้ง แต่มีความถี่ในการมีเพศสัมพันธ์จริงแค่ 5.7 ครั้ง มีส่วนต่างจากความต้องการถึง 3.5 ครั้ง ขณะที่ชายไทยในประเด็นนี้สูงเป็นอันดับ 3 โดยมีความปรารถนาความถี่ในการมีเพศสัมพันธ์ 11.9 ครั้ง แต่มีเพศสัมพันธ์ได้จริง 7.7 ครั้ง หรือมีส่วนต่างความต่างอยู่ที่ 4.2 ครั้ง
ด้าน ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทางเพศและสูตินรีแพทย์ กล่าวว่า การแสดงความรักของคู่รักแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ ทางวาจา และทางกาย คือการกอด การสัมผัสซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะในผู้หญิงจะติดกลิ่นของคนรัก จึงต้องการการสัมผัส การกอดคู่ครองของตน แต่สำหรับผู้ชายเมื่อถูกแตะต้องสัมผัสมักจะเกิดอารมณ์ความต้องการที่จะร่วมเพศ ดังนั้นในผู้ชายที่มีปัญหาในเรื่องการแข็งตัวของอวัยวะเพศจึงมักหลบเลี่ยงการอยู่กับภรรยา ซึ่งหากเกิดเป็นเวลานานอาจก่อให้เกิดปัญหาครอบครัวตามมาได้ ในขณะที่ผู้ชายที่ไม่มีปัญหาเรื่องการแข็งตัวของอวัยวะเพศจะรู้สึกมั่นใจในการร่วมเพศ และอยากสร้างความกระฉับกระเฉงให้กับตัวเอง ทำให้มีสุขภาพใจที่ดี สภาพครอบครัวดี และเป็นพื้นฐานที่ดีให้กับสังคม
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทางเพศและสูตินรีแพทย์กล่าวว่า จากผลสำรวจปัญหาอวัยวะเพศไม่แข็งตัวในกลุ่มผู้ชายไทยของสมาคมยูโรแห่งประเทศไทย คาดว่าชายไทยมีปัญหาดังกล่าวสูง 2,700,000 คน ในจำนวนนี้คาดว่ามีการมาพบแพทย์เพื่อทำการรักษาเพียง 27,000 คนเท่านั้น ซึ่งตนยืนยันว่าปัญหาเรื่องอวัยวะเพศไม่แข็งตัวผู้ชายทุกคนจะรู้ดี แต่ไม่ยอมมาพบหมอเพราะอาย ทั้งๆ ที่แพทย์ที่ทำการรักษาทางด้านนี้ของประเทศไทยได้พูดถึงปัญหาดังกล่าวมานาน จนรู้จักวิธีการพูดคุยกับผู้ป่วยให้รู้สึกดีได้ก็ตาม
สาเหตุที่ทำให้ผู้ชายประสบปัญหาเรื่องการแข็งตัวของอวัยวะเพศเป็นจำนวนมาก เนื่องจากวิธีการดำเนินชีวิตในแต่ละวันที่ต้องทำงานหนัก ประกอบกับรับประทานอาหารจำพวกแป้ง ไขมัน และน้ำตาลสูง ทำให้ผู้ชาย 70% เป็นโรคอ้วน มีฮอร์โมนแล็กตินซึ่งเป็นอุปสรรค์ต่อการแข็งตัวของอวัยวะเพศเพิ่มขึ้น
“อาการอวัยวะเพศไม่แข็งตัวสามารถรักษาได้ด้วยการกินยาที่ทำให้อวัยวะเพศยืดขยายตัว แต่ไม่ใช่ยาปลุกเซ็กซ์ นอกจากนี้จะต้องขจัดการดำเนินชีวิตที่เป็นปัญหาออกไป หันมาออกกำลังกายมากขึ้น ซึ่งสามารถช่วยได้จริงๆ แต่ต้องอาศัยระยะเวลา” รศ.นพ.พันธ์ศักดิ์กล่าว และว่า อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศจะมีลักษณะที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติด้วย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป แต่จากการที่ตนให้การรักษาที่ผ่านมา มีชายไทยอายุ 32 ปีมารักษาโรคดังกล่าวด้วย ซึ่งมีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารไม่มีประโยชน์ คือตอนเช้าดื่มเฉพาะกาแฟ ตอนกลางวันดื่มกาแฟกับเค้ก และตอนกลางคืนก็ยังดื่มกาแฟกับเค้ก ไม่มีโปรตีนและสารอาหารอื่นๆ ไปเลี้ยงร่างกาย
ที่มา ไทยโพสต์