
สวัสดีครับ....นี่ก็เป็นเรื่องแรกที่แต่งเองเขียนเองเขียนไว้นานแล้วล่ะ ก็เลยอยากเอามาให้ทุกคนได้อ่านกันนะครับ สนุกหรือไม่ยังไงก็ขอโทษด้วยนะครับ ถือซะว่าเป็นก้าวแรกแล้วกันนะครับ ;-)
ปล. 1 นี่เป็นเรื่องสั้นนะครับ ขอบอกว่าสั้นแล้วนะ ;-)

ปล. 2 อย่าลืมติดตามภาคต่อด้วยนะครับ ;-)


เรื่องคืนนั้น
‘นาย...เปรียบเสมือนกับกลางวันที่ไม่เคย
ได้มีโอกาสพบเจอกลางคืนอย่างฉัน…’
๐๑.๐๐ น.
“เฮือก!” ผมตกใจพร้อมสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากความฝัน ฝันร้ายอันหน้ากลัว ผมฝันเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้วว่ามีคนคนหนึ่งพยายามวิ่งไล่ตามผมมาเรื่อยๆ โดยที่ในมือถือมีดอันแหลมคม แต่โบราณบอกเอาไว้ว่า ฝันร้ายจะกลายเป็นดี ผมก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ
ผมนั่งพักเหนื่อยสักครู่ คอแห้งมากเม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาทั้งตัว จึงลุกเดินไปยังห้องน้ำแล้วล้างหน้าล้างตา พร้อมกับเดินลงไปข้างล่างเพื่อดื่มน้ำ จากนั้นผมก็นั่งลงบนโต๊ะเขียนหนังสือพร้อมกับเปิดหน้าต่างให้ลมพัดเข้ามาข้างใน ผมไม่อยากเปิดแอร์ให้เปลื้องเงินหรอก
พระจันทร์วันนี้ช่างสวย มีกลุ่มดาวต่างๆ รายล้อมเต็มไปทั่วทั้งท้องฟ้ายามค่ำคืน แสงไฟบนท้องถนนเปิดส่องแสงสว่างเรียงรายไปตามถนนสายในหมู่บ้านที่ทอดยาวไปเรื่อยๆบ้านของผมอยู่ติดกับถนนเป็นบ้านสองชั้น หลังไม่ใหญ่โตอะไรมาก วันไหนที่ผมฝันร้าย ก็จะมานั่งมองพระจันทร์อย่างนี้แหละ ส่วนตอนนี้ผมก็เริ่มง่วงแล้ว เพราะไม่รู้จะทำอะไร และนี้ก็เป็นเวลาหลับนอนซะด้วย จะให้ทำกิจกรรมอะไรก็ใช่เรื่อง ผมขอตัวไปนอนก่อนล่ะกัน...
๐๖.๐๐ น.
ผมตื่นขึ้นมาล้างหน้า อาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย จากนั้นผมก็แต่งตัว แล้วลงมาข้างล่างไปยังห้องครัวเพื่อทำอาหารเช้ากินเอง ก็เพราะว่าผมอยู่บ้านคนเดียวน่ะสิ ส่วนครอบครัวของผมน่ะเหรอ พากันย้ายสำมะโนครัวไปอยู่ที่ฝรั่งเศสเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ผมอยากเรียนต่อม.๖ ที่ไทยให้มันจบๆ ไป แล้วค่อยย้ายตามไปเรียนต่อมหา’ลัยที่ฝรั่งเศส...
๐๗.๐๐ น.
ได้เวลาที่ผมจะต้องไปเรียนแล้ว ผมยืนรอรถประจำทางหน้าทางเข้าของหมู่บ้านผมไม่อยากขับรถส่วนตัวไปรู้สึกว่ามันดูเว่อร์เกินไปนะ ผมเลือกที่จะประหยัดดีกว่า สักพักรถก็มาถึงแล้วคนบนรถก็เยอะพอสมควรเลยทีเดียว
เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงรถก็เดินทางมาถึงโรงเรียนของผม เป็นโรงเรียนเอกชนขนาดใหญ่และหรูหราดูดีพอสมควร ผมรู้สึกว่าทำไมวันนี้ผู้คนไปโรงเรียนดูพลุกพล่านเป็นพิเศษ ผมเดินลงจากรถแล้วก็เดินเข้าไปในโรงเรียน
“อ๊ะ” ผมอุทานออกมาเนื่องจากมีกลุ่มของเด็กสาวประมาณ ม.๕ แย่งกันวิ่งเข้ามา แล้วต่างพากันยืนดอกกุหลาบ ตุ๊กตา และขนมต่างๆ เยอะแยะเลย และอีกก็อีกหลายๆ คนที่เอาของมาให้ ผมนึกออกแล้วว่าวันนี้เป็นวันวาเลนไทน์นี่เอง ส่วนตัวผมยังไม่มีแฟนหรอกนะโสดสนิทเลย อยู่คนเดียวอย่างนี้ก็สบายดีนะ แต่มันก็เหงามากๆ เลยเหมือนกัน แต่ก็ดีที่มีพวกเพื่อนๆ ไว้แก้เซ็ง คิดดังนั้นผมเดินไปหาพวกมันดีกว่า ด้านหน้าของโรงเรียนคนเยอะเหลือเกินผมจะเป็นลม
นั่นไงพวกเพื่อนๆ ของผมพวกมันนั่งอยู่ตรงโต๊ะหินอ่อนข้างๆ อาคารเรียน บนโต๊ะมีของขวัญ ดอกไม้ อะไรอีกเยอะแยะเลย ป็อปปูล่าร์กันจริงๆ
“เฮ้! ว่าไงวะเพื่อนเลิฟโดนจัดหนักหรือเปล่า ฮ่าๆ” พุฒ หนุ่มหล่อขี้เล่น ทะเล้น ขี้หลี (ผมหล่อกว่ามันเยอะมากครับ) ทักผมก่อน
“จัดหนักอะไรวะพุฒ” ผมถามมันอย่างงงๆ อะไรกันว่ะ
“ดูไอ้ไทม์ดิว่ะ มันโดนรุมหอมแก้มรอยลิปสติกเต็มเสื้อเต็มหน้าเลยนะ” พุฒคล้ายความสงสัยแก่ผม
“โห! ของขวัญ ดอกไม้ ตุ๊กตาได้มาเพียบเลยอ่ะแบ่งๆ เพื่อนบาง” น้ำชาสาวน่ารักพูดขึ้น
“แหมๆ คุณเพื่อนครับ แล้วอะไรที่กองอยู่บนโต๊ะล่ะน่ะ ไหนจะของที่กองอยู่กับพื้นอีกจะเอาไปถมที่เพิ่มเหรอครับ” ผมค้อนใส่พวกนี้
“นี่ก็ใกล้เวลาเข้าแถวแล้วนะไปกันเถอะ” เสียงของใบหม่อน สาวน้อยเด็กเรียนดังขึ้นมา
“ใบหม่อน! เธอจะตรงเวลาไปถึงไหนกันฮะ” ไทม์หนุ่มหล่อเข้มแขวะใบหม่อน
“งั้นเอาเป็นว่าเราไปกันเลยดีกว่านะ ฉันอยากเอาของไปเก็บแล้วเริ่มรำคาญแล้วนะเนี่ย” ผมบอกทุกคนพร้อมตัดบทจะได้จบการสนทนานี้ซะ
๑๐.๐๐ น.
วิชาพละศึกษา (๒ ชั่วโมง)
คาบนี้ว่างเพราะปิดคอร์สไปตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว และวันนี้อาจารย์ก็ไม่ได้มาสอนห้องผม ผมจึงปิ๊งไอเดียโดยการให้เพื่อนๆ รวบรวมลูกโป่งจากงานวันวาเลนไทน์นี้แล้วนำมาใส่น้ำและแป้ง และจากนั้นก็ให้เพื่อนๆ ในห้องจับคู่กันแบบชายหญิง และให้แต่ละคู่พากันประคองลูกโป่งวิ่งแข่งกัน โดยมีอุปสรรค คือ มีเพื่อนๆ กลุ่มหนึ่งคอยขัดขวางไม่ให้ไปถึงเส้นชัยได้ง่ายๆ ถ้าคู่ไหนไปถึงเส้นชัยได้ ก็จะได้รับ ตุ๊กตา ช็อกโกแลต เป็นรางวัล
“เอาล่ะทุกคนพร้อมหรือยัง!!!” ผมถามเพื่อนผู้ร่วมสนุกทั้งหมดห้าคู่พร้อมยกมือขึ้น ทุกคนดูพร้อมและครึกครื้นกันมากเลย
“พร้อมแล้ว!!!” รวมพลังกันตอบ
“เริ่มได้!!!” ผมพูดพร้อมกับเอามือลงอย่างรวดเร็ว
ทุกคู่ต่างพากันวิ่งไปหยิบลูกโป่งแล้วพากันวิ่งประครองกันอย่างเอาเป็นเอาตาย บางคู่ก็พยายามหลบกันอย่างเต็มที่ จนทำลูกโป่งหล่นแตกกระจายจนน้ำกระเด็น บางคู่ก็วิ่งขาพันกันพากันสะดุดล้มใส่ลูกโป่งจนมันแตกเลอะหน้าเลอะเสื้อผ้ากันให้วุ่น ส่วนกองเชียร์ก็พากันหัวเราะเฮฮาและเชียร์แต่ละคู่กันอย่างสนุกสนาน
๑๒.๐๐ น.
นี่ก็เที่ยงแล้วได้เวลาที่พวกเราต้องพักกินข้าว ผมหิวมากๆ เลย โอย...อยากกินมัสมั่นจังเลย เป็นอาหารที่ผมชอบที่สุด ผมและเพื่อนๆ แวะเอาของมาเก็บที่ล็อกเกอร์ของตัวเองก่อน
พรึ่บ!
พอเปิดล็อกเกอร์ออกมา จดหมายพร้อมกับดอกกุหลาบดอกเล็กแห้งๆ หนึ่งดอก ของใครก็ไม่รู้ตกลงมา สงสัยจะสอดไว้ตรงช่องด้านบน ผมก็ไม่ทันได้สังเกตซะด้วย ลองเปิดจดหมายอ่านดูดีกว่า
‘เดย์...ฉันชอบนาย ฉันรักนายมาก ฉันอยากมีเวลาอยู่กับนายบ้าง ขอเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น ให้ฉันได้มีความสุขอยู่กับนาย ขอร้องนะ ถ้านายตกลง ฉันขอให้นายไปรอฉันที่...’
“...” ผมไม่รู้จะพูดอะไร ผมรู้สึกชินกับการถูกบอกรักอย่างนี้แล้ว วาเลนไทน์ของทุกปีก็เป็นอย่างนี้แหละ จดหมายบอกรัก ของขวัญ ดอกไม้ ตุ๊กตาและอีกมากมาย แต่ผมรู้สึกว่าคนคนนี้จะจริงจังกับผมมากๆ เลย สงสัยจะรักผมมากถึงได้ต้องการขนาดนี้
“เดย์ ไปกินข้าวกันเถอะ ยืนทำอะไรอยู่วะ” ไทม์เรียกผม สงสัยคงเห็นผมยืนอยู่นานสองนาน
“เออๆ” ผมตอบรับและเก็บของใส่ล็อกเกอร์ แล้วเดินไปกินข้าว ลืมไปเลยว่าตัวเองหิวข้าวมาก
ติดตามต่อนะครับ
